$0 Thailand — Investment Checklist

ภาษีเงินได้ค่าเช่าและภาษีขายคอนโด: นักลงทุนต้องยื่นอะไรบ้าง?

ภาษีเงินได้ค่าเช่าและภาษีขายคอนโด: นักลงทุนต้องยื่นอะไรบ้าง?

นักลงทุนอสังหาฯ มีภาระภาษีอยู่ 2 ช่วงเวลา: ระหว่างถือครองและปล่อยเช่า (ภาษีเงินได้จากค่าเช่า) และเมื่อตัดสินใจขายเพื่อรับกำไร (ภาษีขายคอนโด) ทั้งสองส่วนนี้มีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน และการวางแผนที่ดีทำให้ลดภาระภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย

ภาษีเงินได้จากค่าเช่า: ยื่นอย่างไร?

รายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์จัดเป็น "เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5" ตามมาตรา 40(5) ประมวลรัษฎากร ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นและยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง:

  • ภ.ง.ด. 94: ยื่นเดือนกรกฎาคม–กันยายน (สำหรับรายได้ครึ่งปีแรก มกราคม–มิถุนายน)
  • ภ.ง.ด. 90: ยื่นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป (สำหรับรายได้ทั้งปี)

วิธีหักค่าใช้จ่าย

กฎหมายอนุญาตให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี:

วิธีที่ 1 — หักเหมา 30%: ไม่ต้องแสดงหลักฐาน ง่ายและสะดวก เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนสูง

วิธีที่ 2 — หักตามจริง: ต้องมีใบเสร็จ แต่หักได้ครบ ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกัน และค่าเสื่อมราคา เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีต้นทุนสูง

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • รายได้ค่าเช่า: 144,000 บาท/ปี
  • หักค่าใช้จ่ายเหมา 30%: 43,200 บาท
  • เงินได้สุทธิก่อนหักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 100,800 บาท
  • หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (กรณีไม่มีค่าลดหย่อนอื่น)
  • เงินได้สุทธิ: 40,800 บาท
  • ภาษีที่ต้องชำระ: 5% ของ 40,800 = 2,040 บาท (สมมติว่ารายได้อื่นใช้ขั้นบันไดต่ำสุดหมดแล้ว)

แต่ถ้ามีรายได้จากงานประจำเพิ่มเติม รายได้ค่าเช่าจะถูกนำมารวมและอาจเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามขั้นบันได

ภาษีขายคอนโด: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเมื่อตัดสินใจขาย

เมื่อขายคอนโด มีภาระภาษีและค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดินเก็บไว้ ณ ที่ดังนี้:

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย

กรมสรรพากรใช้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ (ไม่ใช่ราคาขายจริง) เป็นฐานในการคำนวณ โดยหักค่าใช้จ่ายเหมาตามปีที่ถือครอง:

ปีที่ถือครอง อัตราหักค่าใช้จ่าย
1 ปี 92%
2 ปี 84%
3 ปี 77%
4 ปี 71%
5 ปี 65%
6 ปี 60%
7 ปี 55%
8 ปีขึ้นไป 50%

กระบวนการคำนวณ:

  1. ราคาประเมิน × (100% – อัตราหักค่าใช้จ่าย) = เงินได้สุทธิ
  2. เงินได้สุทธิ ÷ ปีที่ถือครอง = เงินได้ต่อปี
  3. นำเงินได้ต่อปีไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (โดยไม่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนใดๆ)
  4. ภาษีต่อปี × ปีที่ถือครอง = ภาษีที่ต้องชำระ (เพดานไม่เกิน 20% ของราคาประเมิน)

ผลสำคัญ: ยิ่งถือนาน ยิ่งเสียภาษีน้อยลง เพราะอัตราหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามปี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT): 3.3%

เก็บเฉพาะกรณี:

  • ถือครองน้อยกว่า 5 ปี และ
  • มีชื่อในทะเบียนบ้านน้อยกว่า 1 ปีเต็ม

ถ้าเข้าข่ายทั้งสองเงื่อนไข เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ยอดที่สูงกว่า)

วิธีหลีกเลี่ยงภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างถูกกฎหมาย:

  • ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในทรัพย์สินนั้นให้ครบ 1 ปี (ลดจาก 3.3% เหลือ 0.5% อากรแสตมป์)
  • หรือถือครองนานกว่า 5 ปี

อากรแสตมป์: 0.5%

เสียแทนภาษีธุรกิจเฉพาะเมื่อไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องเสีย SBT (ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อทะเบียนบ้านครบ 1 ปี)

การวางแผนภาษีสำหรับนักลงทุน

ระยะสั้น (ถือครองน้อยกว่า 5 ปี): ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเพื่อประหยัด 2.8% (จาก 3.3% เหลือ 0.5%) เมื่อขาย

ระยะยาว (ถือครองเกิน 5 ปี): ไม่ต้องเสีย SBT และอัตราหักค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทำให้ฐานภาษีต่ำลง

สำหรับพอร์ตขนาดใหญ่: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าการถือครองในนามนิติบุคคลคุ้มค่าหรือไม่ เนื่องจากภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตราคงที่ 20% อาจต่ำกว่าอัตราบุคคลธรรมดาที่อาจสูงถึง 35%

รับคู่มือวางแผนภาษีอสังหาริมทรัพย์ฉบับสมบูรณ์และตาราง Tax Planning ได้ที่ คู่มือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย

Get Your Free Thailand — Investment Checklist

Download the Thailand — Investment Checklist — a printable guide with checklists, scripts, and action plans you can start using today.

Learn More →